รู้จัก “ครีมกันแดด” ทาครีมกันแดดอย่างไรไม่ให้ดำ!!

เคล็ดลับในการเลือกและทาครีมกันแดดจากวงในบิวตี้ทาอย่างไรให้ได้ผลสูงสุด!!

การเลือกครีมกันแดดจำเป็นต้องเฟ้นหากันนิดนึง เพราะนอกจากจะต้องเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิวแล้ว ยังต้องเลือกที่มีคุณสมบัติครบครันอีกด้วยไม่เช่นนั้นถ้าเลือกครีมกันแดดไม่ดีก็อาจจะทำให้ฝ้าเกิดตามมาได้ วันนี้เราเลยพามารู้จักครีมกันแดด และวิธีทายังไงให้ได้ผลสูงสุด ถ้าพร้อมแล้ว ตามไปดูกันได้เลย!

มารู้จัก “รังสี UV” ศัตรูตัวร้ายของผิว

ในแสงแดดมีคลื่นพลังงานแม่เหล็กหลากหลายความยาวคลื่นด้วยกันที่ผ่านเข้ามายังโลก แต่มีบางประเภทที่สามารถทำร้ายผิวของเรา ให้เกิดริ้วรอย ฝ้า กระ จุดด่างดำ ผิวหมองคล้ำไปจนถึงโรคมะเร็งผิวหนังกันได้เลย ดังนั้นเรามาทำความรู้จักรังสีเหล่านี้กันดีกว่า ว่าจะมีอะไรบ้าง

  • UVA (Ultraviolet A) : สามารถเจาะเข้าไปได้ถึงชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ทำให้เกิดริ้วรอยถาวรและเกิดผิวหมองคล้ำได้
  • UVB (Ultraviolet B) : ทำลายผิวหนังชั้นนอก (Epidermis) ทำให้เกิดอาการแดง แสบ ไหม้และผิวหมองคล้ำ
  • UVC (Ultraviolet C) : ถึงแม้ตามทฤษฎีตัว UVC จะถูกกรองที่ชั้นโอโซน แต่ในปัจจุบันชั้นโอโซนก็ได้ถูกทำลายไปมากแล้ว ทำให้ก็รังสีตัวนี้ก็กลายเป็นรังสีที่ควรระวังไว้ด้วยเช่นกัน เพราะทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้
  • IR (Infrared Radiation) : หรือรังสีอินฟราเรด ที่มีความยาวคลื่นยาว แทรกซึมเข้าสู่เซลล์ผิวในระดับเซลล์ ทำให้เกิดริ้วรอยร่องลึกก่อนวัย และทำให้ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่น การสร้างเม็ดสีผิดปกติ ไปจนถึงเกิดมะเร็งผิวหนัง

ครีมกันแดดมีแบบไหนบ้าง

มาดูกันต่อดีกว่า ครีมกันแดดที่นอกจากจะแบ่งตามเนื้อสัมผัสแล้ว จะแบ่งตามแบบไหนได้อีกบ้าง

  • Chemical Sunscreen : แบบนี้จะพบได้มากที่สุดในท้องตลาด คือมีสารกันแดดประเภท Organic Sunscreen ซึ่งแบบนี้เนื้อครีมจะทำหน้าที่ดูดซับรังสียูวีให้มีความเข้มน้อยลงเมื่อผ่านไปสู่ผิวหนัง สารที่พบบ่อย ๆ ก็เช่น Parsol MCX และ Oxybenzone
  • Physical Sunscreen : หรือ Inorganic Sunscreen ครีมกันแดดแบบนี้ออกแบบมาสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย ที่เห็นบ่อย ๆ เลยคือ Titanium dioxide (TiO2) และ Zinc Oxide (ZnO) ที่จะสะท้อนแสงและหักเหแสง แต่ไม่ดูดซับแสง
  • Organic Microparticles : หรือเรียกอีกอย่างว่าแบบ Hybrid สารกลุ่มนี้ได้พัฒนาขึ้นมาใหม่ สามารถดูดซับแสงและสะท้อนออก และที่สำคัญคือสามารถกันได้ทั้ง UVA และ UVB เลย
  • Tanning Sunscreen : ช่วยปกป้องผิวและลดความเข้มของสีผิวจากแสงแดด ทำให้ได้ผิวแทนสวยแบบไม่อันตรายได้นั่นเอง

เลือกกันแดดยังไงไม่ให้ดำ!

ให้ดูที่ค่าเหล่านี้

  • SPF (Sun Protection Factor) : เป็นค่าป้องกันรังสี UVB โดยแสดงค่าเป็นเท่า

เช่น SPF 30 = ปกป้องรังสี UVB ได้มากกว่าผิวปกติ 30 เท่า

  • PPD (Persistent Pigment Darkening) : เป็นค่าป้องกันรังสี UVA โดยแสดงค่าเป็นเท่า

เช่น PPD 8 = บริเวณที่ทาครีมกันแดดจะเกิดผิวคล้ำได้ช้ากว่าผิวปกติ 8 เท่า

  • PA (The protection grade of UVA) : เป็นค่าป้องกันรังสี UVA เหมือนกับ PPD เลย แต่ PA จะนิยมใช้ในเอเชียมากกว่า ซึ่งจะไล่ระดับการปกป้องตั้งแต่ PA+, PA++, PA+++ และ PA++++

ครีมกันแดดที่ดีป้องกันการเกิดฝ้าต้องมีคุณสมบัติอย่างไร

  • สำหรับวันปกติใช้ SPF มากกว่าหรือเท่ากับ 30 ก็พอ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเลือกครีมกันแดดให้มี SPF สูง ๆ เสมอไป ยกตัวอย่างเช่น ครีมกันแดดที่มี SPF 30 จะสามารถป้องกันได้ 97% ในขณะที่ครีมกันแดดที่มี SPF มากกว่า 50 ป้องกันได้ 98% ซึ่งมันต่างกันแค่เพียง 1% เท่านั้นเอง เอาไว้วันไหนออกแดดกลางแจ้งค่อยเพิ่ม SPF ก็ได้ จะได้ลดการอุดตันผิวไปในตัวด้วยค่ะ
  • ครีมกันแดดที่ดีต้องปกป้องครอบคลุมทั้ง UVA และ UVB หรือมีทั้งค่า SPF และ PA (หรือ PPD) นั่นเอง
  • มีคุณสมบัติเป็น Water Resistant ถ้าข้างกล่องเคลมแบบนี้ หมายความว่าตัวนี้สามารถปกป้องผิวได้ 40 นาที แต่ถ้าเอาให้ชัวร์เลยคือต้องเคลมว่าเป็น Waterproof ที่สามารถปกป้องผิวได้ถึง 80 นาที แต่! อันนี้ไม่รวมถึงแบบสเปรย์ที่อาจจะถูกน้ำล้างออกได้ง่ายกว่าแบบครีมหรือโลชั่นนะ
  • กรองรังสีอินฟราเรดได้ ก็อย่างที่บอกล่ะค่ะ ว่ารังสีอินฟราเรดสามารถเจาะเข้ามาทำร้ายผิวได้ถึงระดับเซลล์ แต่โชคดีที่ครีมกันแดดสมัยนี้เขาก็มีหลายตัวที่ออกแบบมาเพื่อกรองรังสีอินฟราเรดได้แล้ว

ควรทาอย่างไรให้ได้ผลสูงสุดและไม่ทำให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ

  • ควรทาก่อนออกแดดอย่างน้อย 15-30 นาที เพื่อให้ครีมกันแดดเกาะบนผิวและออกฤทธิ์ป้องกันรังสี UV และ IR บางคนเข้าใจผิดว่าทาครีมกันแดดแล้วออกแดดได้ทันทีเลย ฉะนั้นต่อไปสาว ๆ ต้องรอนิดนึงก่อน ผิวของเราจะได้ไม่ถูกรังสีจากแสงแดดทำร้าย
  • สำหรับใบหน้าและลำคอ ปริมาณที่เหมาะสมคือ 2 ช้อนชา หรือประมาณ 2 ข้อนิ้วมือ อย่าขี้เหนียวครีมกันแดด เพราะอย่าลืมว่าครีมกันแดดมีอายุการใช้งาน 1 ปีหลังเปิดใช้เท่านั้นเอง
  • ถ้าต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน ให้ทาซ้ำทุก 2-4 ชั่วโมง เพื่อให้ป้องกันผิวได้สูงสุด

สารกันแดดที่ทำให้แพ้ได้

แถมให้อีกนิดสำหรับคนที่ชอบแพ้ครีมกันแดด ทาทีไรก็เป็นผื่นคัน หน้าแดงเห่อ จนบางทีไม่ยอมทาครีมกันแดดเลยก็มี เราเลยคัดเลือกสารกันแดดที่ทำให้แพ้ได้มาให้ เผื่อเหลือบไปเห็นตัวนี้บนฉลากจะได้หลีกเลี่ยงไว้ก่อนได้

  • PABA 

สารตัวนี้ถูกแบนไปแล้วในหลาย ๆ ประเทศ รวมถึงในประเทศไทยด้วย เพราะทำให้ผิวแพ้ ระคายเคืองนั่นเองค่ะ

  • Methoxycinnamate

ตัวนี้ก็อันตรายเช่นกัน เพราะสามารถซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้เลยทีเดียว แถมทำให้เกิดอนุมูลอิสระอีกต่างหาก

  • Salicylate

ทำให้เกิดการอักเสบ บวม แดงได้

  • Octocrylene

เห็นตัวนี้ให้รีบหนีเลยดีกว่า เพราะเขาสามารถซึมเข้าไปทำลายเซลล์ได้ถึงระดับ DNA

  • Oxybenzone (Benzophenone-3)

สามารถซึมเข้าสู่ผิวหนัง และทำให้เกิดอาการแพ้และระคายเคืองได้

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับทริคเลือกครีมกันแดดไม่ให้ดำ และได้ผลสูงสุด ต่อไปเวลาจะไปออกแดดหรือเล่นกิจกรรมกลางแจ้งก็อย่าลืมทาครีมกันแดดกันด้วย นอกจากครีมกันแดดจะป้องกันไม่ให้ผิวดำหมองคล้ำแล้ว ยังป้องกันริ้วรอยก่อนวัยและมะเร็งผิวหนังอีกต่างหาก